หมวดหมู่ของบทความนี้จะเกี่ยวกับบท นมัสการ หากคุณกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับบท นมัสการมาถอดรหัสหัวข้อบท นมัสการกับMukilteoMontessoriในโพสต์บทนมัสการพระพุทธเจ้า พร้อมเนื้อหาบทสวดนี้.

ข้อมูลที่สมบูรณ์มากที่สุดเกี่ยวกับบท นมัสการในบทนมัสการพระพุทธเจ้า พร้อมเนื้อหาบทสวด

ดูตอนนี้วิดีโอด้านล่าง

SEE ALSO  ครูแขสอนกลอนสี่ | กลอน สี่ วัน ครูเนื้อหาที่เกี่ยวข้องที่สมบูรณ์ที่สุด

ที่เว็บไซต์Mukilteo Montessoriคุณสามารถอัปเดตเนื้อหาอื่น ๆ นอกเหนือจากบท นมัสการสำหรับข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์มากขึ้นสำหรับคุณ ในหน้าMukilteo Montessori เราอัปเดตข้อมูลใหม่และถูกต้องสำหรับผู้ใช้เสมอ, ด้วยความตั้งใจที่จะให้บริการคุณอย่างคุ้มค่าที่สุด ช่วยให้ผู้ใช้บันทึกข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างแม่นยำที่สุด.

เนื้อหาบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อบท นมัสการ

ในการสวดมนต์ไหว้พระหรือบท? มักถูกยกมาเป็นจุดเริ่มต้นของการอธิษฐาน เรียกว่าเป็นคำแรกที่เราจะกล่าวถึงพระพุทธเจ้าก่อนคำใดๆ บทสวดของพระพุทธเจ้า นโม ตัสสะ ภะคะวะโต “ขอสักการะพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสนใจทำหนังสือสวดมนต์แจกเป็นทาน ติดต่อ ID LINE : yokipad หรือ 0865635991 อรหัฏฐ์ “ผู้อยู่ห่างไกลกิเลส” “ตรัสรู้ด้วยตนเอง” ” (3 รอบ) .

SEE ALSO  กลอนหัวเดียว ฟังแล้วเสียวๆว่าใครจะกินน้ำอะไรอีก! - มาสเตอร์คีย์ เวทีแจ้งเกิด ร้องถล่มดาว | สังเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับกลอน หัว เดียวได้แม่นยำที่สุด

ภาพที่เกี่ยวข้องกับเอกสารเกี่ยวกับบท นมัสการ

บทนมัสการพระพุทธเจ้า พร้อมเนื้อหาบทสวด

นอกจากการเรียนรู้เนื้อหาของบทความ บทนมัสการพระพุทธเจ้า พร้อมเนื้อหาบทสวด นี้แล้ว สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่าง

คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

แท็กที่เกี่ยวข้องกับบท นมัสการ

#บทนมสการพระพทธเจา #พรอมเนอหาบทสวด.

บทนมัสการพระพุทธเจ้า,บทสวดมนต์,บทสวด,บทนมัสการ,พระพุทธเจ้า.

บทนมัสการพระพุทธเจ้า พร้อมเนื้อหาบทสวด.

SEE ALSO  ผญาตลก | ถูกต้องมากที่สุดผ ญา กวน ๆข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

บท นมัสการ.

เราหวังว่าเนื้อหาบางส่วนที่เราให้ไว้จะเป็นประโยชน์กับคุณ ขอขอบคุณสำหรับการดูข้อมูลบท นมัสการของเรา

4 thoughts on “บทนมัสการพระพุทธเจ้า พร้อมเนื้อหาบทสวด | สรุปเนื้อหาที่เกี่ยวข้องบท นมัสการที่มีรายละเอียดมากที่สุด

  1. Still Fresh says:

    ♤ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง 3 ประเภท
    คือ พระปัญญาธิกพุทธเจ้า พระสัทธาธิกพุทธเจ้า และพระวิริยาธิกพุทธเจ้า

    ในสมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์สร้างบารมีต่างกันอย่างไร?

    มีอุปมา…เหมือนดอกอุบลในกออุบล ดอกปทุมในกอปทุม หรือดอกบุณฑริกในกอบุณฑริก ที่เกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้วในน้ำ งอกงามแล้วในน้ำ 

    1) บางเหล่ายังจมในน้ำ อันน้ำเลี้ยงไว้
    2) บางเหล่าตั้งอยู่เสมอน้ำ(บัวปริ่มน้ำ)
    3) บางเหล่าตั้งอยู่พ้นน้ำ อันน้ำไม่ติดแล้ว.

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่1.
    ในสมัยที่พระองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์ "ทรงปรารถนาที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ได้เร็วๆ เพื่อที่จะนำพาสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะข้ามพ้นวัฏสงสารและเข้าถึงนิพพานให้ได้เร็วที่สุด"
    พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคลที่เปรียบเสมือน"บัวพ้นน้ำ"
    คือขนเอาเฉพาะคนมีปัญญามากไปก่อน

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "อุคฆติตัญญูโพธิสัตว์"
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"ปัญญาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "20 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงขนสรรพสัตว์เข้านิพพานและไปสู่สุคติได้มากในระดับหนึ่ง แต่ยังมีลัทธิและความเชื่ออื่นอยู่มากในขณะที่พระองค์ทรงตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา เช่นในสมัยของพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่ 2.
    ในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ "ทรงปรารถนาที่จะขนสรรพสัตว์เข้านิพพานให้ได้มากๆ"
    พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคล 2 ประเภทคือ
    1.เคี่ยวเข็ญคนที่มีปัญญามาก ซึ่งเปรียบเสมือน"บัวพ้นน้ำ"
    2.เคี่ยวเข็ญคนที่เปรียบเสมือน "บัวปริ่มน้ำ" คนเหล่านี้มีพื้นฐานของความศรัทธาอยู่แล้วพอประมาณ(ศรัทธาคือความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา) พระโพธิสัตว์จึงส่งเสริมเพิ่มพูนศรัทธาแก่คนเหล่านี้ให้มากขึ้นๆ… จนกระทั่งสั่งสมบ่มบารมีได้แก่รอบ

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "วิปจิตัญญูโพธิสัตว์ "
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"สัทธาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "40 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงมีผู้ตรัสรู้ตามและผู้ไปสู่สุคติได้มากกว่าพระปัญญาธิกพุทธเจ้า…แต่ก็ยังมีลัทธิและความเชื่ออื่นอยู่อีกบ้างพอสมควรในขณะที่พระองค์ตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา เช่น พระกกุสันโธสัมมาสัมพุทธเจ้า พระโกนาคมสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่ 3.
    ในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ "ทรงปรารถนาที่จะขนสรรพสัตว์เข้านิพพานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
    พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคลทั้ง 3 ประเภท คือ
    1.เคี่ยวเข็ญคนที่มี"ปัญญามาก"
    2.เคี่ยวเข็ญคนที่มี"ศรัทธาพอประมาณ"(ศรัทธาคือความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา)
    3.เคี่ยวเข็ญคนที่มี…ปัญญาและศรัทธาน้อยนิด… "เปรียบเสมือนบัวที่ยังจมอยู่ในน้ำ" พระโพธิสัตว์ต้องใช้ความเพียรพยายาม ใช้ความวิริยะอุตสาหะ อย่างมากมายมหาศาล ในการทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้แก่บุคคลเหล่านี้..

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "เนยยโพธิสัตว์"
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"วิริยาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "80 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงมีสาวกตรัสรู้ตามได้มาก และไปสู่สุคติเป็นจำนวนมาก…
    เนื่องจากพระองค์โปรดคนได้ทุกประเภท จึงไม่มีลัทธิหรือความเชื่ออื่นเลย ในขณะที่พระองค์ตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา
    เช่น พระศรีอริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระปัญญาธิกพุทธเจ้า เป็นพระบรมครูได้เร็วที่สุด มีพระวรกายเล็กกว่า พระชนมายุน้อยกว่า มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามน้อยกว่า พระพุทธเจ้าประเภทอื่น

    พระสัทธาธิกพุทธเจ้า มีพระวรกายใหญ่ขึ้น พระชนมายุยืนยาวขึ้น มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามมากขึ้นกว่าพระปัญญาธิกพุทธเจ้า

    พระวิริยาธิกพุทธเจ้า มีพระวรกายสูงใหญ่ พระชนมายุยืนยาว มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามได้มากที่สุด

    ♤ แต่ความเป็นพระพุทธเจ้า เสมอกันทุกพระองค์ คือ ทรงมีพระสัพพัญญุตญาณ และทรงถึงพร้อมด้วย พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ♤

    ( https://youtu.be/U6KsPpvIKfI อสงไขย )

  2. Still Fresh says:

    ♤ ตลอดระยะเวลาในการสร้างบารมีของพระบรมโพธิสัตว์ ทุกพระองค์ ทุกประเภท…

    ท่านต้องใช้ปัญญาอย่างมากมายมหาศาล
    (ปัญญาน้อย…สร้างบารมีเพื่อเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้)

    ท่านต้องใช้ศรัทธาอย่างมากมายมหาศาล
    (ศรัทธาน้อย…สร้างบารมีเพื่อเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้)

    ท่านต้องใช้วิริยะอย่างมากมายมหาศาล
    (วิริยะน้อย…สร้างบารมีเพื่อเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้)

    ปัญญาธิกโพธิสัตว์ จะสามารถเป็นพระบรมครู ช่วยเหลือสรรพสัตว์ได้ "เร็วที่สุด"

    สัทธาธิกโพธิสัตว์ จะสามารถเป็นพระบรมครูได้ "เร็วปานกลาง" ช่วยเหลือสรรพสัตว์ได้ "มากปานกลาง"

    วิริยาธิกโพธิสัตว์ จะสามารถเป็นพระบรมครู ช่วยเหลือสรรพสัตว์ได้ "มากที่สุด"

    การช่วยเหลือสรรพสัตว์ ให้พ้นจากภัยในสังสารวัฏนั้น
    "ช่วยเหลือให้ได้เร็วๆก็เป็นเรื่องสำคัญ(ระยะเวลา)
    ช่วยเหลือให้ได้มากๆก็เป็นเรื่องสำคัญ(ปริมาณ)"
    เพราะฉะนั้น จึงขึ้นอยู่ที่ว่า พระบรมโพธิสัตว์จะเลือกแบบไหน

    ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่ที่ความปรารถนาของพระองค์
    จึงไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาเปรียบเทียบกันได้ว่า พระโพธิสัตว์ประเภทไหนเหนือกว่ากัน
    หรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทไหนเหนือกว่ากัน

    ♤ เพราะทุกพระองค์ มีพระคุณอันไม่มีประมาณต่อสัตว์โลก

  3. นพรัตน์ นามรักษา says:

    นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ🙏🙏🙏

  4. Nantapong Suriyawong says:

    * กราบพึ่งพระเมตตาจากพระอาจารย์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพุทธมหากัสสปะ โปรดเมตตาช่วยลูกให้ความขัดข้องทั้งทางโลกและทางธรรมค่อยๆจางหายไปในเร็ววัน หลังจากที่ช่วยชาวกลุ่มชาติพันธุ์ และมนุษย์ชาวทวีฟแอฟริกา ให้พวกเค้าได้รับสิทธิ์ของความเป็นมนุษย์กลับคืนมากับเค้าบ้างนะครับ ไม่ใช่ให้ไอพวกบูชาวัตถุเงินตราและปิศาจ ซาตาน มาขีดเส้นชีวิตมากดขี่พวกเค้ายิ่งกว่าสัตว์ตัวนึงแบบนี้" น้อมกราบสาธุ สาธุ สาธุ ครับพระอาจารย์ทุกท่าน และลูกขอถวายผลบุญมหากุศลนี้ให้เป็นพุทธบูชาแก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ขอพระพุทธองค์ทุกท่านโปรดเมตตาแก่ลูกและบิดา มารดา รวมถึงเหล่ามวลมนุษยชาติด้วยนะครับ น้อมกราบสาธุ สาธุ สาธุ ครับผม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น