เนื้อหาของบทความนี้จะพูดถึงบท แปล อิ ติ ปิ โส หากคุณกำลังมองหาบท แปล อิ ติ ปิ โสมาเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อบท แปล อิ ติ ปิ โสกับMukilteo Montessoriในโพสต์สวดอิติปิ โส แปล (พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ)นี้.

สารบัญ

สรุปเนื้อหาที่เกี่ยวข้องบท แปล อิ ติ ปิ โสที่มีรายละเอียดมากที่สุดในสวดอิติปิ โส แปล (พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ)

ดูตอนนี้วิดีโอด้านล่าง

ที่เว็บไซต์Mukilteo Montessoriคุณสามารถอัปเดตเอกสารอื่น ๆ นอกเหนือจากบท แปล อิ ติ ปิ โสสำหรับข้อมูลที่มีค่ามากขึ้นสำหรับคุณ ที่เพจMukilteoMontessori เราอัปเดตข้อมูลใหม่ๆ ที่ถูกต้องให้คุณทุกวัน, ด้วยความปรารถนาที่จะให้เนื้อหาที่ละเอียดที่สุดสำหรับคุณ เพื่อช่วยให้คุณได้รับข้อมูลออนไลน์ที่สมบูรณ์ที่สุด.

แชร์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ บท แปล อิ ติ ปิ โส

สวดอิติปิโส (แปล) สวดพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ สังฆคุณ ทุกวัน เพิ่มอานิสงส์ทุกวัน ทุกวันจันทร์และวันเสาร์ คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง บริษัท เพียรเพื่อนสัตว์ จำกัด ร่วมกันสวดมนต์ นั่งสมาธิ ก่อนเริ่มงาน ณ ลานธรรม สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง บริษัท เพียรเพื่อพระพุทธศาสนา จำกัด ศูนย์รวมหนังสือสวดมนต์ หนังสือธรรมะ และหนังสือพิมพ์แจกในโอกาสต่างๆ โทร. 02-872-9898 WWW.LC2U.COM แฟนเพจ: LIANGCHIANG100

SEE ALSO  พิธีพระราชทานเพลิงศพ “อ๊อด คีรีบูน” เพื่อนสนิทร่วมร้องเพลงส่งเป็นครั้งสุดท้าย (คลิปจัดเต็ม) | เนื้อหาคำไว้อาลัยงานศพที่แม่นยำที่สุด

รูปภาพบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของบท แปล อิ ติ ปิ โส

สวดอิติปิ โส แปล (พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ)
สวดอิติปิ โส แปล (พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ)

นอกจากการอ่านเนื้อหาของบทความนี้แล้ว สวดอิติปิ โส แปล (พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ) ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถพบได้ด้านล่าง

คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

SEE ALSO  กุมภาพันธ์ - PETER CORP DYRENDAL 【OFFICIAL MV】 | นที หมาย ถึงข้อมูลล่าสุดที่เกี่ยวข้อง

ข้อเสนอแนะบางประการเกี่ยวกับบท แปล อิ ติ ปิ โส

#สวดอตป #โส #แปล #พทธคณ #ธรรมคณ #สงฆคณ.

[vid_tags].

สวดอิติปิ โส แปล (พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ).

บท แปล อิ ติ ปิ โส.

เราหวังว่าข้อมูลบางส่วนที่เราให้ไว้จะเป็นประโยชน์กับคุณ ขอขอบคุณที่ติดตามบทความของเราเกี่ยวกับบท แปล อิ ติ ปิ โส

24 thoughts on “สวดอิติปิ โส แปล (พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ) | เนื้อหาล่าสุดเกี่ยวกับบท แปล อิ ติ ปิ โส

  1. Still Fresh says:

    ♤ ตลอดระยะเวลาในการสร้างบารมีของพระบรมโพธิสัตว์ ทุกพระองค์ ทุกประเภท

    ท่านต้องใช้ปัญญาอย่างมากมายมหาศาล
    (ปัญญาน้อย…สร้างบารมีเพื่อเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้)

    ท่านต้องใช้ศรัทธาอย่างมากมายมหาศาล
    (ศรัทธาน้อย…สร้างบารมีเพื่อเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้)

    ท่านต้องใช้วิริยะอย่างมากมายมหาศาล
    (วิริยะน้อย…สร้างบารมีเพื่อเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้)

    ปัญญาธิกโพธิสัตว์ จะสามารถเป็นพระบรมครู ช่วยเหลือสรรพสัตว์ได้ "เร็วที่สุด"

    สัทธาธิกโพธิสัตว์ จะสามารถเป็นพระบรมครูได้ "เร็วปานกลาง" ช่วยเหลือสรรพสัตว์ได้ "มากปานกลาง"

    วิริยาธิกโพธิสัตว์ จะสามารถเป็นพระบรมครู ช่วยเหลือสรรพสัตว์ได้ "มากที่สุด"

    การช่วยเหลือสรรพสัตว์ ให้พ้นจากภัยในสังสารวัฏนั้น
    "ช่วยเหลือให้ได้เร็วๆก็เป็นเรื่องสำคัญ(ระยะเวลา)
    ช่วยเหลือให้ได้มากๆก็เป็นเรื่องสำคัญ(ปริมาณ)"
    เพราะฉะนั้น จึงขึ้นอยู่ที่ว่า พระบรมโพธิสัตว์จะเลือกแบบไหน

    ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่ที่ความปรารถนาของพระองค์
    จึงไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาเปรียบเทียบกันได้ว่า พระโพธิสัตว์ประเภทไหนเหนือกว่ากัน
    หรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทไหนเหนือกว่ากัน

    ♤ เพราะทุกพระองค์ มีพระคุณอันไม่มีประมาณต่อสัตว์โลก

  2. Still Fresh says:

    ☆ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง 3 ประเภท
    คือ พระปัญญาธิกพุทธเจ้า พระสัทธาธิกพุทธเจ้า และพระวิริยาธิกพุทธเจ้า ☆

    ในสมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์สร้างบารมีต่างกันอย่างไร?

    มีอุปมา…เหมือนดอกอุบลในกออุบล ดอกปทุมในกอปทุม หรือดอกบุณฑริกในกอบุณฑริก ที่เกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้วในน้ำ งอกงามแล้วในน้ำ 

    1) บางเหล่ายังจมในน้ำ อันน้ำเลี้ยงไว้
    2) บางเหล่าตั้งอยู่เสมอน้ำ(บัวปริ่มน้ำ)
    3) บางเหล่าตั้งอยู่พ้นน้ำ อันน้ำไม่ติดแล้ว.

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่1.
    ในสมัยที่พระองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์ "ทรงปรารถนาที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ได้เร็วๆ เพื่อที่จะนำพาสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะข้ามพ้นวัฏสงสารและเข้าถึงนิพพานให้ได้เร็วที่สุด"
    พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคลที่เปรียบเสมือน"บัวพ้นน้ำ"
    คือขนเอาเฉพาะคนมีปัญญามากไปก่อน

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "อุคฆติตัญญูโพธิสัตว์"
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"ปัญญาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "20 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงขนสรรพสัตว์เข้านิพพานและไปสู่สุคติได้มากในระดับหนึ่ง แต่ยังมีลัทธิและความเชื่ออื่นอยู่มากในขณะที่พระองค์ทรงตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา เช่นในสมัยของพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่ 2.
    ในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ "ทรงปรารถนาที่จะขนสรรพสัตว์เข้านิพพานให้ได้มากๆ"
    พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคล 2 ประเภทคือ
    1.เคี่ยวเข็ญคนที่มีปัญญามาก ซึ่งเปรียบเสมือน"บัวพ้นน้ำ"
    2.เคี่ยวเข็ญคนที่เปรียบเสมือน "บัวปริ่มน้ำ" คนเหล่านี้มีพื้นฐานของความศรัทธาอยู่แล้วพอประมาณ(ศรัทธาคือความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา) พระโพธิสัตว์จึงส่งเสริมเพิ่มพูนศรัทธาแก่คนเหล่านี้ให้มากขึ้นๆ… จนกระทั่งสั่งสมบ่มบารมีได้แก่รอบ

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "วิปจิตัญญูโพธิสัตว์ "
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"สัทธาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "40 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงมีผู้ตรัสรู้ตามและมีผู้ไปสู่สุคติได้มากขึ้นกว่าพระปัญญาธิกพุทธเจ้า…แต่ก็ยังมีลัทธิและความเชื่ออื่นอยู่อีกบ้างพอสมควรในขณะที่พระองค์ตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา เช่น พระกกุสันโธสัมมาสัมพุทธเจ้า พระโกนาคมสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่ 3.
    ในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ "ทรงปรารถนาที่จะขนสรรพสัตว์เข้านิพพานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้"
    พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคลทั้ง 3 ประเภท คือ
    1.เคี่ยวเข็ญคนที่มี"ปัญญามาก"
    2.เคี่ยวเข็ญคนที่มี"ศรัทธาพอประมาณ"(ศรัทธาคือความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา)
    3.เคี่ยวเข็ญคนที่มี…ปัญญาและศรัทธาน้อยนิด… "เปรียบเสมือนบัวที่ยังจมอยู่ในน้ำ" พระโพธิสัตว์ต้องใช้ความเพียรพยายาม ใช้ความวิริยะอุตสาหะ อย่างมากมายมหาศาล ในการทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้แก่บุคคลเหล่านี้..

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "เนยยโพธิสัตว์"
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"วิริยาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "80 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงมีสาวกตรัสรู้ตามได้มาก และไปสู่สุคติเป็นจำนวนมาก…
    เนื่องจากพระองค์โปรดคนได้ทุกประเภท จึงไม่มีลัทธิหรือความเชื่ออื่นเลย ในขณะที่พระองค์ตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา
    เช่น พระศรีอริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระปัญญาธิกพุทธเจ้า เป็นพระบรมครูได้เร็วที่สุด มีพระวรกายเล็กกว่า พระชนมายุน้อยกว่า มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามน้อยกว่า พระพุทธเจ้าประเภทอื่น

    พระสัทธาธิกพุทธเจ้า มีพระวรกายใหญ่ขึ้น พระชนมายุยืนยาวขึ้น มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามมากขึ้นกว่าพระปัญญาธิกพุทธเจ้า

    พระวิริยาธิกพุทธเจ้า มีพระวรกายสูงใหญ่ พระชนมายุยืนยาว มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามได้มากที่สุด

    แต่ความเป็นพระพุทธเจ้า เสมอกันทุกพระองค์ คือ ทรงมีพระสัพพัญญุตญาณ และทรงถึงพร้อมด้วย พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ

    ( https://youtu.be/U6KsPpvIKfI อสงไขย )

  3. สมร ดวงแก้ว says:

    💗😇🏠🚕🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏แวะมาขอนอบน้อมกราบมาร่วมมาอนุโมทนาทุกส่วนบุญส่วนกุศลผลบุญในวันนี้ด้วยนะมาร่วมขอให้มั้งมีศรีสุขกันนะมาขอให้แข็งแรงสมบูรณ์ทนทานกันทุกท่านด้วยกันนะมาข้าพระพุทธเจ้า🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏😇🏠🚕💗

  4. Keo Mummy says:

    ชอบมากๆๆๆเหมือนอยู่บนสวรรค์เราอยากให้ประเทศไทยสงบ. ลดละเลิกอัตตา🙇‍♀️🙇‍♀️🙇‍♀️🙇‍♀️🙏🙏🙏🙏🙏

  5. Gdhhh Nchb says:

    ถ้า มี แบบนี้ ทุกๆ สำนักงาน คงจะดี สาธุสาธุสาธุ ขออนุโมทนาบุญ ครับ🙏🙏🙏

  6. Piyapatta Samungkun says:

    เดินจงกรมไม่ว่าจะข้างนอกหรือในศาลาควรจะถอดรองเท้านะคะส่วนมากไม่ถอดมีบางคนที่ถอด

  7. ตุ๊กตา ธนัชพร ณ เพชรบุรี says:

    นะโมตะสะพะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธสะ ๓ครั้งจบ สาธุ สาธุ สาธุ🙏

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *