ข้อมูลในบทความนี้จะพูดถึงกลอน สุนทร ภู่ เกี่ยว กับ ความ รัก หากคุณต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับกลอน สุนทร ภู่ เกี่ยว กับ ความ รักมาวิเคราะห์หัวข้อกลอน สุนทร ภู่ เกี่ยว กับ ความ รักในโพสต์สุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่นี้.

ภาพรวมของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกลอน สุนทร ภู่ เกี่ยว กับ ความ รักที่สมบูรณ์ที่สุดในสุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่

ดูตอนนี้วิดีโอด้านล่าง

ที่เว็บไซต์mukilteomontessori.comคุณสามารถอัปเดตเอกสารอื่น ๆ นอกเหนือจากกลอน สุนทร ภู่ เกี่ยว กับ ความ รักสำหรับข้อมูลที่มีค่ามากขึ้นสำหรับคุณ ที่เว็บไซต์mukilteomontessori.com เราอัปเดตเนื้อหาใหม่และถูกต้องสำหรับผู้ใช้เสมอ, ด้วยความปรารถนาที่จะให้บริการท่านด้วยข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด ช่วยให้คุณอัพเดทข่าวสารทางอินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วที่สุด.

แชร์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ กลอน สุนทร ภู่ เกี่ยว กับ ความ รัก

สุภาษิตสำหรับการสอนสตรี โดย สุนทรภู่ …… สุภาษิตสำหรับการสอนสตรี เป็นงานกวีนิพนธ์ในรูปแบบของกลอน ไม่ชัดเจนว่าเรื่องราวถูกเขียนเมื่อใด เนื้อหามีไว้สอนผู้หญิงในด้านต่างๆ เช่น การวางตัว การเจรจา การเลือกคู่ ฯลฯ นักวิชาการบางท่านเห็นตรงกันว่า วรรณกรรมนี้ไม่ควรเป็นผลงานของสุนทรภู่ แต่ก็น่าจะเป็นของนายภูจุฬาภมรซึ่งเป็นลูกศิษย์ของเขา อย่างไรก็ตาม นักวิชาการส่วนใหญ่ยังคงถือว่าวรรณกรรมนี้เป็นผลงานของสุนทรภู่ อย่างไรก็ตาม แนวความคิดมากมายปรากฏในวรรณกรรม แสดงว่าผู้เขียนค่อนข้างทันสมัย และเห็นความสำคัญของเศรษฐกิจในครัวเรือนในมือของผู้หญิงขอบคุณสำหรับเพลงประกอบ

รูปภาพที่เกี่ยวข้องกับเอกสารเกี่ยวกับกลอน สุนทร ภู่ เกี่ยว กับ ความ รัก

สุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่

นอกจากการเรียนรู้เนื้อหาของบทความ สุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่ นี้แล้ว คุณสามารถดูบทความเพิ่มเติมด้านล่าง

คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

คำแนะนำเล็กน้อยที่เกี่ยวข้องกับกลอน สุนทร ภู่ เกี่ยว กับ ความ รัก

#สภาษตสอนหญงสนทรภ.

[vid_tags].

สุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่.

กลอน สุนทร ภู่ เกี่ยว กับ ความ รัก.

หวังว่าคุณค่าที่เรามอบให้จะเป็นประโยชน์กับคุณ ขอขอบคุณที่อ่านบทความของเราเกี่ยวกับกลอน สุนทร ภู่ เกี่ยว กับ ความ รัก

5 thoughts on “สุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่ | เนื้อหากลอน สุนทร ภู่ เกี่ยว กับ ความ รักที่แม่นยำที่สุด

  1. Takuit Valley says:

    ขอยกเอาความในกลอนมากล่าวถึงจุดประสงค์ของการแต่งดังนี้ว่า..

    พอเป็นเรื่องสำหรับดับทุกข์โทษ
    เป็นประโยชน์แก่สตรีที่สวยสาว
    เป็นตำหรับแบบฉบับไปยืดยาว
    ในเรื่องราวสุภาษิตลิขิตความ
    ข้อไหนชั่วแล้วอย่ามัวไปขืนทำ
    จงจดจำบุญบาปอย่าหยาบหยาม
    เก็บประกอบเอาแต่ชอบในเรื่องความ
    ประพฤติตามห้ามใจเสียให้ดี
    อย่าฟังเปล่าเอาแต่กลอนสุนทรเพราะ
    จงพิเคราะห์คำเลิศประเสริฐศรี
    ไว้เป็นแบบสอนตนพ้นราคี
    กันบัดสีคำค่อนคนนินทา
    —-
    ฉะนั้น เรื่องของผู้แต่งที่ผ่านวันมาเนินนาน ถึงจะเป็นท่านใดก็ตามแต่ หากเราใช้เนื้อหามาทำประโยชน์กับชีวิตก็จะเป็นสาระตรงความประสงค์ของผู้แต่ง
    __
    ส่วนความเห็นของผู้อ่านนั้น คิดว่าเป็นกลอนของสุนทรภู่ เพราะเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องกับนิราศเมืองเพชรที่กล่าวว่า

    จากนิราศเมืองเพชร….
    ๏ แค้นแต่ขำกรรมอะไรไฉนน้อง
    เฝ้าท้องท้องทุกทุกปีไม่มีเหมือน
    ช่างกระไรใจจิตรไม่บิดเบือน
    จะไปเยือนเล่าก็รู้ว่าอยู่ไฟ
    จึงฝากคำทำกลอนไว้สอนสั่ง
    เมื่อมิฟังพี่ห้ามตามวิไสย
    __
    ซึ่งก่อนนิราศเมืองพชร สุนทรภู่คงอาจจะตกยาก มาอาศัยที่เมืองเพชร แล้วแต่งกลอนกล่าวไว้ในสุภาษิตสอนหญิงว่า

    ไม่แกล้งกล่าวค่อนว่าแก่นารี
    ผู้ใดคิดผิดพลั้งเหมือนอย่างว่า
    ถูกตำราแล้วอย่าโกรธพิโรธพี่
    ควรยับยั้งชั่งใจเสียให้ดี
    ถ้าหลีกลี้เลิกเล่นไม่เป็นไร
    แม้นชั่วช้าใครว่าแล้วโกรธเขา
    เช่นตัวเราผู้แต่งแถลงไข
    จะวิบัติบาปกรรมซ้ำหนักไป
    ถึงตกใต้เทวทัตเพราะขัดเคือง
    แม้คนดีมีปัญญาถ้าไม่โกรธ
    เห็นประโยชน์ตัดชั่วในตัวเปลื้อง
    ให้พ้นทุกข์สุขีเป็นศรีเมือง
    อย่าแค้นเคืองคำข้าขออภัย
    __
    โดยลักษณะการกล่าวทั้งสองแห่งดูจะเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน นี้เป็นข้อสังเกตุของผู้อ่าน
    เมื่อเรื่องราวจะแต่งกลอนสอนหญิง จึงต้องมีคำไหว้ครูให้เป็นพิธี ดูน่าเชื่อถือและเลื่อมใส เฉพาะกลอนนี้
    __
    ในด้านคารมคำเฉพาะที่ใช้เป็นส่วนตัวมักจะใช้พ้องกันดังนี้
    จากสุภาษิตสอนหญิง…
    แต่ผ้าขาดก็ไม่ปรารถนาเย็บ
    ขี้เกียจเก็บพลัดวางได้กลางเรือน
    จากนิราศภูเขาทอง….
    นี่จนใจไม่มีเท่าขี้เล็บ
    ขี้เกียจเก็บเลยทางมากลางหน
    _
    การสอนเรื่องการพูดจานั้น เป็นเรื่องเน้นสำหรับสุนทรภู่เป็นอย่างมาก และเน้นเกือบทุกคำกลอนที่ท่านแต่ง มีคำแฝงให้คิดพิจารณาอยู่ตลอดทั้งบทกลอน
    และด้านสกุลเงินนั้น เงินบาทสลึงเฟื้อง มีใช้มาก่อนรัชกาลที่ 5 แน่นอนแต่อาจไม่เป็นรูปแบบ เช่นเป็นเหรียญอย่างในปัจจุบัน
    อ้างอิง
    สลึง เป็นหน่วยเงินของประเทศไทยในสมัยโบราณ มีค่าเท่ากับ
    1/4 บาท ปัจจุบันใช้เป็นภาษาพูดหมายถึงเงินมูลค่า 25 สตางค์ หรือน้ำหนักทองคำ 25 สตางค์
    และ
    ในสมัยรัชกาลที่ 1 – 3 เงินตราหลักที่ใช้ยังคงเป็นเงินพดด้วง เพียงแต่มีการเปลี่ยนแปลงตราประจำรัชกาลที่ใช้ประทับเท่านั้น โดยในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดให้มีการผลิตพดด้วง ประทับตรา “บัวอุณาโลม” ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำรัชกาล และตราพระแสงจักร ซึ่งเป็นตราประจำแผ่นดิน มีขนาดและราคาต่าง ๆ เช่น ตำลึง บาท กึ่งบาท สลึง เฟื้อง
    เช่นนี้ก็จะทราบว่า สุนทรภู่ย่อมใช้เงินสกุล สลึง และบาท อย่างแน่นอน

    แต่อาจจะคาดคะเนไม่ถูกต้องก็ได้ ซึ่งมิได้ออกความเห็นเพื่อคัดค้านหรือเห็นด้วยดังว่า
    ทางไกลตาอุปมาเหมือนเสียเนตร
    สุดสังเกตเท็จจริงทุกสิ่งสรรพ์

    ได้แต่ใช้ข้อสังเกตุไปตามความคิดของตนเท่านั้นเองฯ

  2. เกษตรไฮเทค 4.0 says:

    ผมว่าเป็นผลงานของท่านสุนทรภู่เป็นแน่แท้
    *การไหว้ครูธรรมดาครับ
    เพราะเป็นบทสอนโดยตรง ท่านครูมีความฉลาดในกิจที่ควรทำ ดั่งนั้นผมจึงไม่มีความสงสัย*

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น